ขยะ มูลฝอย
posted on 23 Dec 2007 03:26 by muth in MyEco
รอบรู้สิ่งแวดล้อม
ขยะ มูลฝอย
โดย ศุภโชค สรรพศรี
วิศวกร สถานจัดการและอนุรักษ์พลังงาน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ปัจจุบันนี้ปัญหาเรื่องการจัดการขยะ เป็นปัญหาใหญ่ ในเขตชุมชนเมือง เนื่องจากสภาวะปัจจุบันที่ ประชากรอยู่อย่างแออัด ทำให้ปริมาณขยะมีมาก แต่ภาครัฐสามารถจัดเก็บได้แค่บางส่วน อีกทั้งกระบวนการกำจัดขยะยังไม่สามารถกำจัดได้หมดทำให้ส่วนที่เหลือ ก่อเกิดปัญหาด้านสุขภาพ และทัศนียภาพที่ดูแล้วไม่สบายตา
สำหรับประเทศไทย ปริมาณขยะที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน มีมากถึงกว่า 37,000 ตัน หรือ 13.5 ล้านตันต่อปี แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถจัดการได้เพียง 60-80% เท่านั้น และเพียง 20 % ของส่วนนี้ที่นำไปฝังกลบอย่างถูกหลักวิชาการ นอกนั้นปล่อยทิ้งไว้ให้สลายตัวตามธรรมชาติ ซึ่งส่วนนี้เองที่ก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม และเป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชนชนในละแวกใกล้เคียง
ที่ผ่านมาโครงการส่วนใหญ่ของรัฐที่ดำเนินการ จะเน้นไปในด้าน การจัดหาอุปกรณ์ในการเก็บขยะ เช่นรถเก็บขยะ ถังขยะ จ้างพนักงานเก็บขยะ จัดหาสถานที่ทิ้งขยะหรือฝังกลบ ซึ่งต้องใช้งบประมาณสูง แต่สามารถจัดเก็บค่าบริการจากประชาชนได้น้อย ปกติค่าธรรมเนียมที่เทศบาลเรียกเก็บที่สูงที่สุดคือ 40 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน (มีเพียง 1 หรือ 2 แห่งในประเทศเท่านั้น) แต่ส่วนใหญ่เก็บต่ำกว่านี้ คือประมาณ 5-10 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน และยังไม่สามารถเก็บได้ครบถ้วน เช่น เทศบาลนครยะลา งบประมาณที่ใช้ในการจัดเก็บ คือ 37 ล้านบาทต่อปีแต่มีรายได้จากการเก็บค่าธรรมเนียมเพียง 7 แสนบาทต่อปีเท่านั้น
ณ วันนี้ ภาครัฐได้ตระหนักแล้วว่า การลงทุนดังกล่าวเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ต้นเหตุที่แท้จริงคือจิตสำนึกในการบริโภคของประชนชน ทั้งนี้รวมถึงการคัดแยกขยะก่อนทิ้งด้วย การสร้างจิตสำนึกที่ถูกต้องในการบริโภคและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เป็นการแก้ปัญหาที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการคลี่คลายปัญหาในปัจจุบัน
- กระดาษ 1 ตัน ต้องทำลายสิ่งแวดล้อม ด้วยการตัดต้นไม้ 17 ต้น ใช้พลังงานไฟฟ้า 4,100 กิโลวัตต์ชั่วโมง ใช้น้ำมัน 31,500 ลิตร
- อลูมิเนียมฟอยส์ ผลิตมาจากแร่บ๊อกไซด์ การทำเมืองแร่ชนิดนี้ ต้องทำลายป่าส่วนหนึ่ง และต้องใช้พลังงานในการผลิตในโรงงาน และการจัดส่งแร่ อย่างมาก
- สีสเปรย์ สเปรย์ฉีดผม เป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องบรรจุสาร CFC ที่ทำลายชั้นโอโซน เป็นสาเหตุของรอยรั่วในชั้นบรรยากาศ ทำให้แสงอาทิตย์ส่องมาถึงโลกเกินควร
- กล่องโฟม แผงใส่ใข่ ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีสาร CFC เป็นส่วนผสมในการผลิตทั้งสิ้น
ใครว่าขยะไม่มีค่า
เมื่อเราไม่ใช้ของใดๆแล้ว บางคนจะทิ้งโดยไม่สนใจ และถือว่ามันเป็นขยะที่จะไม่เก็บไว้ให้รกห้อง แต่เราทราบหรือไม่ว่า ขยะบางชนิดสามารถนำไปขายได้แม้จะราคาเล็กน้อย แต่ก็ยังดีกว่าทิ้งไปเฉยๆ อีกทั้งการแยกขยะที่ขายได้ออกไว้ก่อน ยังเป็นการลดปริมาณขยะอีกทางหนึ่งด้วย
การแยกขยะนั้น แน่นอนว่าเราควรแยกตั้งแต่เริ่มทิ้งเลย เพราะหากต้องนำขยะที่ทิ้งรวมๆกัน มาแยกประเภท คงไม่มีใครอยากทำแน่ ตัวอย่างของการแยกขยะทิ้งลงในถังขยะให้ถูกต้อง เช่น
- ถังสีเขียว รองรับขยะที่เน่าเสียและย่อยสลายได้เร็ว สามารถนำไปหมักทำปุ๋ยได้ เช่น ผัก ผลไม้ เศษอาหาร ใบไม้
- ถังสีเหลือง รองรับขยะที่สามารถนำมารีไซเคิลหรือขายได้ เช่น แก้ว กระดาษ พลาสติก โลหะ
- ถังสีเทา-ส้ม รองรับขยะที่มีอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม เช่น หลอดฟลูออเรสเซนต์ ขวดยา ถ่านไฟฉาย กระป๋องสีสเปรย์ กระป๋องยาฆ่าแมลง ภาชนะบรรจุสารอันตรายต่างๆ
- ถังสีฟ้า รองรับขยะที่ย่อยสลายไม่ได้ รีไซเคิลยาก แต่ไม่เป็นพิษ เช่น พลาสติกห่อลูกอม ซองบะหมี่สำเร็จรูป ถุงพลาสติกเปื้อนเศษอาหาร โฟมเปื้อนอาหาร ฟอล์ยเปื้อนอาหาร
แต่ทั้งนี้ การจะทำให้สำเร็จได้ ต้องอาศัยความร่วมมือ จากทุกคนในชุมชน/หน่วยงาน เพราะหากทิ้งขยะในถังผิดประเภท ก็ไม่ต่างกับการถังขยะที่มีขยะรวมๆกัน ทำให้แยกขยะไปจำหน่วย หรือกำจัดได้ยาก
ตัวอย่างราคาขยะที่ขายให้กับผู้รับซื้อของเก่า ดัง ตารางต่อไปนี้
ตารางที่ 1 ตัวอย่างราคาขยะ
ประเภทขยะ ราคา บาท/กก.
ขวดแตก 0.60
ขวดเบียร์ (เฉลี่ยลังละ) 5 - 7
กล่องนม UHT 2.50
หนังสือพิมพ์,หนังสือต่างๆ 3
ขวดน้ำพลาสติค 9
พลาสติคต่างๆ 5.50
แบตเตอรี่ 3
อลูมิเนียม 28 - 40
ทองแดง 40 - 50
มาลดปริมาณขยะกันเถอะ
เพื่อลดปริมาณขยะในปัจจุบัน เราควรใช้หลัก 4 Rs ซึ่งได้แก่
1.Reuse คือการนำขยะมาตัดแปลงใช้ใหม่ในแบบอื่น เช่น ขวดพลาสติกเราสามารถนำมาดัดแปลงเป็นกระถางต้นไม้ กระป๋องน้ำอัดลม นำมาดัดแปลงเป็นของเล่น กระดาษ 1 แผ่นควรใช้ให้ครบทั้ง 2 หน้าและเก็บไว้ขายหรือพับเป็นถุงได้อีก หรือหันมาใช้ผ้าเช็ดหน้า เช็ดปาก แทนการใช้กระดาษ เนื่องจากผ้าเราสามารถซักแล้วนำกลับมาใช้ได้อีก การใช้กระดาษเช็ดปาก เป็นการเพิ่มปริมาณขยะและเพิ่มการตัดต้นไม้เพื่อใช้ในการผลิต
2.Repair คือการซ่อมแซมของที่ชำรุด เช่น โต๊ะ ตู้ เก้าอี้ จักรยาน พัดลม หรือแยกส่วนไปดัดแปลงใช้ในด้านอื่นๆ
3.Recycle คือการแยกขยะที่สามารถนำรีไซเคิลได้ เช่น ขวด แก้ว พลาสติก กระดาษ อลูมิเนียม นำไปขายเพื่อให้ผู้ผลิตนำกลับไปหมุนเวียนผลิตใหม่ เป็นการเพิ่มรายได้ให้เรา และลดปริมาณขยะไปในตัว ดังนั้นก่อนตัดสินใจซื้อ ลองดูข้างกล่องบรรจุว่าเป็นวัสดุนำกลับมาใช้ใหม่ได้หรือเปล่า
4.Reject คือการหลีกเลี่ยงการใช้วัสดุ สินค้าที่ทำลายสิ่งแวดล้อม เช่น โฟม สีสเปรย์ ที่มีส่วนผสมของสาร CFC แต่หันมาใช้สินค้าที่ใช้สารอื่นที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมทดแทน
ด้วยวิธีง่ายๆ อย่างนี้ การแก้ปัญหาเรื่องขยะ ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ทั้งนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุก เรามาทำให้สังคมเราน่าอยู่ขึ้นกันเถอะ
ที่มา
1.http://www.pcd.go.th/กรมควบคุมมลพิษ
2.http://www.healthteen.org/ แหล่งความรู้เพื่อการส่งเสริมสุขภาพโดยกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
3.http://thaienrironment.net/เวปไซค์สิ่งแวดล้อมไทย
source: http://teenet.chiangmai.ac.th/emac/journal/2004/22/08.php
edit @ 23 Dec 2007 03:28:02 by muth
edit @ 23 Dec 2007 20:58:04 by muth